080 286 2000 info@53ac.com

การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มของนักท่องเที่ยว

จากรายงานสถิติการเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งประเทศในอันดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ เนื่องจากมีความพร้อมและมีความโดดเด่นในหลายด้าน โดยเฉพาะจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และมีอาหารการกินที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยม อย่างเช่น จังหวัดกระบี่ ภูเก็ต เชียงใหม่ ตราด หรือชลบุรี ฯลฯ ถือได้ว่าการท่องเที่ยวสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งก็จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่ซื้อสินค้าเป็นของฝากติดไม้ติดมือกลับไปด้วย วารสารสรรพากรฉบับนี้ได้นำข้อมูลเกี่ยวกับการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มของนักท่องเที่ยวมานำเสนอ เพื่อจะได้ช่วยกันแนะนำหรือช่วยกันให้ข้อมูลที่ถูกต้อง หรือสำหรับท่านที่อาจต้องใช้แนะนำเพื่อนชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวไทยพอดีก็ได้ ซึ่งสรุปได้ดังนี้

 

นักท่องเที่ยวที่มีสิทธิขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

  1. ไม่เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  2. ไม่เป็นผู้มีภูมิลำเนาในประเทศไทย
  3. ไม่เป็นนักบิน หรือลูกเรือของสายการบินที่เดินทางออกนอกประเทศไทย
  4. เดินทางออกนอกประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ

5.ซื้อสินค้าจากร้านค้าที่เป็นผู้ประกอบการขายสินค้าให้นักท่องเที่ยวหรือร้านค้าที่มีตราสัญลักษณ์ VAT REFUND FOR TOURISTS

  1. ซื้อสินค้าในราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นจำนวนเงินไม่น้อยกว่า 2,000 บาท จากสถานประกอบการแห่งเดียวกัน ในวันเดียวกัน

 

เงื่อนไขการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

  1. ต้องเป็นการซื้อสินค้า ไม่ใช่ ค่าบริการ
  2. เป็นสินค้าที่ซื้อแล้วต้องนำออกนอกประเทศทางท่าอากาศยานนานาชาติภายใน 60 วันนับจากวันที่ซื้อสินค้าเป็นวันแรก
  3. ไม่เป็นสินค้าต้องห้ามนำออกนอกราชอาณาจักร เช่น วัตถุระเบิด อาวุธปืน อัญมณี ที่ยังไม่ได้ประกอบขึ้นเป็นตัวเรือน
  4. ณ วันที่ซื้อสินค้าให้แสดงหนังสือเดินทางแก่พนักงานขาย และขอแบบคำร้องขอคืนภาษี ภ.พ.10 พร้อมต้นฉบับใบกำกับภาษีจากร้านค้า ในวันที่มีการซื้อสินค้า โดยแบบ ภ.พ.10 แต่ละฉบับต้องมียอดซื้อ 2,000 บาทขึ้นไป (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  5. ในวันที่เดินทางออกนอกประเทศ ให้นำสินค้าและแบบ ภ.พ.10 พร้อมต้นฉบับใบกำกับภาษีไปแสดงให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจรับรองสินค้าและประทับตรา ณ ท่าอากาศยานนานาชาติก่อนเข้า Check-in
  6. กรณีซื้อสินค้าราคาแพง เช่น อัญมณีที่ประกอบขึ้นเป็นตัวเรือนหรือของรูปพรรณ ทองรูปพรรณ นาฬิกา แว่นตา ปากกา ที่มีมูลค่าชิ้นละ 10,000 บาทขึ้นไป เมื่อผ่านการตรวจจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเข้าไปแล้ว ต้องนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่สรรพากรตรวจและประทับตราลงนามกำกับในแบบ ภ.พ.10 อีกครั้งหนึ่งด้วย

 

การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสามารถเลือกขอคืนได้ดังนี้

  1. จำนวนเงินภาษีที่ขอคืน ไม่เกิน 30,000 บาท สามารถเลือกขอคืนเป็นเงินสด (บาท) ดราฟต์ (USD, Euro, Yen, Pound, Sterling) หรือโอนเงินเข้าบัญชีบัตรเครดิตได้ (VISA, MasterCard และ JCB)
  2. จำนวนเงินภาษีที่ขอคืน เกิน 30,000 บาท สามารถเลือกขอคืนเป็นดราฟต์ หรือโอนเงินเข้าบัญชีบัตรเครดิตได้เช่นเดียวกับ 1.

 

ช่องทางการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

  1. สำนักงานคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่นักท่องเที่ยวประจำท่าอากาศยานนานาชาติ บริเวณพื้นที่ผู้โดยสาร

ขาออก หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ทั้ง 10 แห่ง

(1) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

(2) ท่าอากาศยานดอนเมือง

(3) ท่าอากาศยานเชียงใหม่

(4) ท่าอากาศยานภูเก็ต

(5) ท่าอากาศยานหาดใหญ่

(6) ท่าอากาศยานอู่ตะเภา

(7) ท่าอากาศยานกระบี่

(8) ท่าอากาศยานสมุย

(9) ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี

(10) ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย

  1. ส่งในตู้รับคำร้อง ณ สำนักงานคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่นักท่องเที่ยวประจำท่าอากาศยานนานาชาติทุกแห่ง
  2. ส่งจดหมายลงทะเบียนมาที่

>>> กรมสรรพากร กลุ่มบริหารการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่นักท่องเที่ยว 90 ซอยพหลโยธิน 7 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400

 

ข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลบางส่วนของการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่นักท่องเที่ยว โดยท่านสามารถค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์กรมสรรพากร ที่ http://vrtweb.rd.go.th/index.php/th/ หรือ ติดต่อสอบถามโดยตรงที่  กลุ่มบริหารการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่นักท่องเที่ยว โทร. 0 2272 9384-5, 0 2272 8196 ในวันและเวลาราชการ หรือทางอีเมล vrefund@rd.go.th ตามที่ท่านสะดวกได้

 

 297 total views,  2 views today